วันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันฉัตรมงคล" 
 
ความสำคัญก็คือ เป็นวันที่ระลึกการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าอยู่หัวฯ
 
เพื่อให้ได้บรรยากาศ
เอนทรี่นี้เลยจะพาเข้าไปชิมเบเกอรี่ในวัง(หญิง)
และไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์
 
 
 
 
 
 
อธิบายคร่าวๆ
 
เคยได้ยินถึงกิตติศัพท์ของร้านเบเกอรี่วิทยาลัยในวัง(หญิง) จากอาจารย์ท่านหนึ่ง
ซึ่งท่านเคยสอนภาษาไทยที่นั่นมาก่อน ท่านบอกว่ามีร้านอาหารเล็กๆ ที่เป็นน้ำมือคนในวังทำกินกันเอง
พอได้ยินดังนั้น เราก็หาข้อมูล ปรากฎว่า ในอินเตอร์เน็ตแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย
ทำให้ต้องไปถามจากเหล่าข้าราชบริพาร และเจ้าหน้าที่ในพระบรมหาราชวังเอาเอง
  
 
 
 
ถ้าจะไปร้านเบเกอรี่แห่งนี้ ต้องแต่งกายเรียบร้อย
(ผู้หญิงสวมเสื้อมีแขน กระโปรงหรือกางเกงยาวถึงน่อง ชายกางเกงขายาว เสื้อมีแขน รองเท้าสุภาพ)
 
เพราะต้องเดินเข้ามาในเขตพระราชฐาน ต้องเคารพสถานที่ด้วย
 
 
 
การเข้ามาให้เข้าฝั่งประตูต่างประเทศ จะเจออาคารเปลี่ยนเสื้อผ้าของชาวต่างชาติ
ให้เลี้ยวตรงนั้น แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จนสุด (ในทีมห้ามมีชาวต่างชาติ) 
จะเจอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อย ให้บอกไปว่าจะไปชิมร้านเบเกอรี่วิทยาลัยในวัง(หญิง)
ก็จะผ่านได้อย่างง่ายดาย
 
 
เห็นได้ว่ามีความวุ่นวายอยู่ลิบๆ นั่นคือกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ นั่นเอง แต่บรรยากาศด้านในช่างสงบ
ราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งที่เราไม่รู้จักในพระบรมหาราชวังแห่งนี้
 
 
 
 
 
หากเราเดินตรงเข้ามา จะพบกับตึกงานรักษาเขตพระราชฐาน
ข้างๆกันนั้น เป็นจุดหมายของเรานั่นเอง
 
"ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยในวัง(หญิง)" 
 
เวลาทำการ วันจันทร์ - ศุกร์ 
เวลา 7.30 - 17.00 น.
 
 แต่ตอนที่ถามทางมา เจ้าหน้าที่แอบบอกว่า คราวหน้าให้มาเช้าๆ หน่อย
เพราะเค้กหมดไวมาก ตอนที่ถามก็ไม่รู้จะหมดหรือยัง (ถามตอนบ่ายสองโมง)
 
 
 
 
ด้วยความที่ มันเป็นร้านของเจ้าหน้าที่เสียส่วนใหญ่ เลยไม่ได้ถ่ายบรรยากาศร้านมา
เกรงว่าความเอิกเกริกจะทำลายบรรยากาศของชาววังเสียหมด (ฮา)
 
เลยได้แต่เก็บภาพของกินมาให้เชยชม
 
แอบรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นึกว่าจะเป็นร้านหรูๆ อะไรแบบนี้
แต่ที่นี่เหมือนร้านสภากาแฟ มีเจ้าหน้าที่ และข้าราชบริพารนั่งจิบกาแฟ ทานอาหารเต็มไปหมด
เก๋ไปอีกแบบนะ 
 
 
 
ภายในร้าน ขายอาหารเป็นหลัก ราคาประมาณ 40 - 50 บาท
ส่วนเบเกอรี่ ตอนไปใกล้จะหมดแล้ว แทบจะไม่เหลืออะไรเลย
มีเค้ก 2 - 3 อย่าง ราคาชิ้นละ 40 บาท ชิ้นไม่ใหญ่มาก
เครื่องดื่มก็ 20 - 30 บาทเช่นกัน แถมต้องบริการตัวเองด้วย
(ซื้อที่เคาท์เตอร์แล้วยกไปที่โต๊ะเอง)
 
มีเบเกอรี่ด้วย แต่ตอนไปถึงคือชั้นวางว่างเกือบหมดแล้ว
คาดว่าขายดีมากๆ ราคาอยู่ที่ 14 - 25 บาท
 
 
 
สิ่งที่ประทับใจคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในอาหาร เช่น ถั่วกวน ไม่ธรรมดานะคะ ปิดทองมาด้วย !!
 
 
 
 
 
 
 
เพราะได้ยินชื่อร้านว่า "เบเกอรี่" เลยไม่คิดว่าจะมีอาหารขาย เลยจัดไปก่อนซะเต็มพุง
เลยไม่ได้ลองอาหารตำรับชาววังมาเผื่อ = ., =
 
เซ็ตที่ลองวันนี้ เป็นเค้กช็อคโกแลตหน้านิ่ม กับชามะนาว เหมาะกับอากาศร้อนยามบ่ายแบบนี้
 
ค่าเสียหาย 60 บาทถ้วน
(เค้ก 40 บาท ชามะนาว 20 บาท)
 
 
อธิบายเค้ก เป็นเค้กที่ปรับปรุงรสชาติให้เป็นแบบไทยๆ แล้ว
กล่าวคือ เป็นรสที่คุ้นปากมากๆ (คำเดียวก็เหมือนจะบอกได้หมดว่าผสมอะไรลงไป)
มันเค็ม หอม กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์มากๆ คือ "กินแล้วเหมือนกับเคยกินมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน"
 
แต่หน้าเค้กนี่สวยเชียว  • w •
 
 
สำหรับวันนี้ ที่อิ่มมากแล้ว
จึงไม่สามารถลองอะไรได้อีก
ไว้จะมาอีกบ่อยๆ นะ
(คราวหน้าจะมาเช้าๆ หน่อยละกัน จะได้มีขนมเหลือเยอะๆ)
 
 
 
 
เป้าหมายต่อไป คือไปชมฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ
ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ 
 
เป็นอาคารหินอ่อนติดแอร์ ซึ่งสวยมากและเย็นมาก (สำคัญตรงนี้)
เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในวัง . . .  เอ๊ะ ความจริงก็อยู่ในวังอยู่แล้วนี่นา
 
 
(รูปจาก Manager.co.th)
 
 
(รูปจาก Manager.co.th)
 
สำหรับผู้ใหญ่ และชาวต่างชาติ เสียค่าเข้าชม 150 บาท
นักเรียน นักศึกษา(ป.ตรี) มีบัตร 50 บาท
ถามถึงความคุ้ม ขอบอกว่าคุ้มมากสำหรับคนที่ชอบชมพิพิธภัณฑ์
(ด้านในห้ามถ่ายภาพ รูปที่เห็นด้านบนคือแอบถ่ายมา)
เอกสารที่ได้มาพร้อมตั๋ว (แค่นี้ก็คุ้มละ) 
 
พิพิธภัณฑ์นี้ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนคือ 
 
ห้องจัดแสดงที่ 1 “ราชพัสตราจากผ้าไทย”
 
เป็นห้องรวบรวม ฉลองพระองค์ของสมเด็จฯ ที่โปรดเกล้าให้นำผ้าไทยไปตัดเย็บโดยดีไซน์เนอร์ระดับโลก ณ ต่างประเทศ และทุกชุดมีประวัติว่าเคยใช้ออกงานพิธีโอกาสใดบ้าง 
ที่เก๋ก็คือ บางชุด เหมือนชุดไทยมากๆ แต่ทรงรับสั่งให้ติดซิปซ่อนให้สวมใส่ง่าย เช่นในคราวตามเสด็จประพาสยุโรป เราจะเห็นพระอัจฉริยภาพในการทรงฉลองพระองค์ได้จากห้องนี้
 
 (รูปจาก Manager.co.th)
 
 
 
มีไฮไลท์อยู่ที่ชุดจากปีกแมลงทับ 
 
  (รูปจาก Manager.co.th)
 
ตอนพระองค์โดยเสด็จฯ ชาวบ้านที่ยากจนก็ไม่รู้จะนำอะไรมาถวาย จึงไปเก็บปีกแมลงทับมาถวาย
จากนั้นพระองค์ก็ทรงโปรดให้นำมาเย็บติดกับชุด แ้ล้วทรงใส่ออกงานพระราชพิธีฯ
จากของที่ไร้ค่า กลายเป็นอัญมณีบนฉลองพระองค์ได้อย่างงดงาม
 
 
 
 
ห้องจัดแสดงที่ 2 “ไทยพระราชนิยม”
 
 (รูปจาก Manager.co.th)

เป็นห้องที่รวบรวมชุดไทยในพระราชสำนัก เป็นห้องที่ดูแล้วเพลินตามากๆ คือชุดไทยในวังเนี่ย สวยมาก มีการเอาทองมาสานเป็น "กรองทอง" วางบนเนื้อผ้าอีกที เป็นงานฝีมือละเอียดปราณีตมากๆ
ยิ่งเป็นผ้านุ่ง ก็จะมีลายที่บอกว่า นี่เป็นของชาววังนะ ต้องทบ 3 ชั้น (อะไรประมาณนี้)
 
 
พอกาลเวลาผ่านไป สิ่งที่เคยอยู่ในวังก็ถูกกระแสสังคมกลืนไป สมเด็จท่านก็ทรงให้ศึกษาวิธีการสร้าง การตัด การเย็บชุดไทยต่างๆขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ไว้ และสร้างเป็นเอกลักษณ์ของชาติ 
 
เพิ่งรู้ว่าประเทศไทยไม่มีชุดประจำชาติมาก่อน จนพระราชทานแบบมาให้นี่แหละ
 
ที่ทำให้ประทับใจอีกอย่างคือ ทรงสร้างแพทเทิร์นชุดไทยใหม่ 8 แบบ เพื่่อให้เป็นชุดของประเทศไทย
เรียกว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" เป็นการนำข้อดี ของแต่ละชุดในสมัยโบราณมาประยุกต์ และตัดเย็บใหม่
ใส่แล้วสวยงาม เรียบร้อย
 
 
 

ห้องจัดแสดงที่ 3 – 4 “พระหัตถ์ที่ทรงงานเพื่อแผ่นดิน”

ห้องนี่เป็นห้องที่ประทับใจที่สุดกระมัง ด้วยความที่จัดแสดงดีมาก รู้เลยว่าเป็นทีมงานเดียวกับนิทรรศน์รัตนโกสินทร์

เรานั่งชมวีดีทัศน์ทุกเทปที่นี่ ได้ยินสิ่งที่ชาวบ้านพูด ก็เข้าใจความลำบากของพระองค์

คือ คนไทยเวลาเว้นจากนา ก็จะไม่มีอาชีพ ไม่มีกิน อยู่ว่างๆ นั่งใช้ชีวิตไปวันๆ เทศกาลและวันหยุดเลยเยอะ พอสังคมไทยในเมืองเจริญขึ้น ช่วงเว้นจากนาก็ต้องเข้าเมืองมาหางานทำ บ้างก็กลายเป็นเหยื่อสังคม 

แต่เพราะศูนย์ศิลปาชีพที่พระองค์คิดขึ้นจากการนำภูมิปัญญาใหม่ๆ ใส่ลงไปให้ชาวบ้านทำ
เวลาเว้นจากการทำนาก็ได้มาทำศูนย์ศิลปาชีพ สร้างงานฝีมือออกขาย
คือ งานศิลปาชีพท่านให้ทรงทำเป็นอาชีพเสริม และรับซื้อไว้ ส่วนอาชีพหลักก็เป็นเกษตรกรต่อไป

ที่บอกว่าใส่ภูมิปัญญาลงไป เพราะบางพื้นที่แห้งแล้ง ไม่มีอะไรเลย ก็ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้ปลูกฝ้าย ทอผ้าขาวม้า ย้อมสีกันเอง เริ่มวางแผนจากศูนย์เลยทีเดียว โดยปัจจุบันทำกันมา 40 ปีแล้ว 

 


(รูปจาก Manager.co.th)

มีมุมแสดงกว่าจะเป็นผ้าไหม มีผ้าไหมให้จับเล่นด้วย 


คราวที่โดยเสด็จ ชาวบ้านบางคนก็เอาผ้าทอมือมา พอพระองค์ทอดพระเนตร ทรงเล็งเห็นภูมิปัญญาและความสามารถ ก็ทรงดำริให้เปิดศูนย์ศิลปาชีพขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้ฝึกงานฝีมือ แม้แต่ผ้าถูเรือน ก็ทรงเห็นความสำคัญ เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ข้างในผ้า (ผ้าขี้ริ้วชาววังแอบเริ่ดกว่าชุดที่ชั้นใส่)

ทรงจูงใจโดยพระราชทาน "เหรียญคนขยัน" แก่ชาวบ้านที่เก่งจนเป็นครู (แอบเห็นใน VTR ใส่กันทุกคน) 

พอมีงานทำ มีเงิน ชาวบ้านก็ไม่ต้องอพยพเข้าเมืองมาหางานทำ สร้างความอบอุ่นและเข้มแข็งให้ชุมชน

 

อันที่จริง "ศิลปาชีพ" เป็นอะำไรที่แอบเข้าำไม่ถึงนิดๆ ด้วยความที่ของไทยๆ มันดูใช้ยาก ใส่ยาก 
หรือความจริงเพราะความเป็นคนเมืองพิมพ์เราออกมาในแบบเดียวกันไปหมดก็ไม่รู้

 

ด้วยความที่ ม.เกษตรมีพิพิธภัณฑ์ผ้าไทยอยู่ เคยได้ยินวิธีซื้อผ้าจากชาวบ้านมาบ้าง นักสะสมจะเอาเสื้อผ้าใหม่ๆ ไปขอแลกกับเสื้อเก่าๆ จากชาวบ้าน ชาวบ้านไม่รู้ถึงคุณค่าของผ้าที่ตนมีก็ยอมแลกโดยง่ายดาย

ปรากฎว่า ผ้าที่ได้มา เป็นผ้าดิ้นทอง ใช้ทองในการถักทอ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

 

"

คือถ้าไม่มีสมเด็จฯ คอยให้การสนับสนุน ชาวบ้านคงไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนมีอยู่แล้วยิ่งใหญ่เพียงใด

มันน่าเสียดายความรู้ ภูมิปัญญาเสียจริงๆ 

"

 

สำหรับใครที่อยากได้งานฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพไว้เชยชมสามารถเลือกซื้อได้ที่้ร้านของที่ระลึก

สำหรับเราถือว่าราคายังแพงอยู่ดี ; A ;

 

สักวันก็อยากเป็นบล็อกเกอร์ที่ได้รับโอกาสให้ถ่ายรูปบ้างนะ การแอบถ่ายมันไม่ดีเลยจริงๆ 
ต้องรีบๆ  ใจเต้นโครมคราม 

 ปล. ได้ข่าวว่้าวันนี้ 5 พค ปราสาทพระเทพบิดรเปิด ใครอยากไปสักการระให้รีบๆ ไปเน้อ

เอกสารอ้างอิง
 
ภาพประกอบ จาก http://mgr.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9550000096841 

Comment

Comment:

Tweet

สวย ๆๆๆๆ

#13 By ปิยะ99 on 2013-05-23 14:42

เค้กน่าทานมากเลยค่ะ 
เพิ่งรู้ว่ามีร้านขนมในวังด้วย
ไว้จะหาเวลาไปลองนะคะHot! Hot! Hot!

#12 By Rose on 2013-05-11 16:28

สุดยอด น่าไปถ่ายรูปจัง เบเกอรี่ก็น่าตาสวยน่ากิน 

#11 By monster zis on 2013-05-09 18:35

@junge-hexe  โอ้ ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ฮับ แอบอยากลองเค้กมะตูมกับเค้กส้มจัง 

#10 By nuicekung on 2013-05-08 10:19

เห็นร้านเล็กๆ แบบนี้ ขอยืนยันว่าเค้กอร่อยจริงค่ะ เพราะฉันเป็นลูกค้ามาหลายปี ที่จริงเขามีอาหารกลางวันด้วยนะคะ แต่ทำจำนวนจำกัดเลยต้องโทรมาจอง ฉันเคยเรียนอยู่แถวนั้นค่ะ สมัยเรียนเลยผลัดกับเพื่อนเดินข้ามฝั่งมาจองตอนเช้า (ช่วงปิดเทอมอาหารลดลงนะคะ)

ราคาอาหารไม่แพงเลยค่ะแต่มาเสียตังค์เยอะตอนกินของหวานล้างปากนี่แหละค่ะ ยิ่งเค้กช็อกโกแลตนี่สุดยอด แต่เค้กมะตูมกะเค้กส้มก็อร่อยนะคะ พิมพ์แล้วน้ำลายไหล เอ๊ย คิดถึง (ฮา)

ที่นี่เขารับทำเป็นปอนด์ด้วยนะคะ (สั่งล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันนะคะ) ราคาสองร้อยแปดสิบบาท ตอนนี้ไม่รู้ว่าขึ้นราคาหรือยังเพราะนี่ราคาเมื่อต้นปี 2011ค่ะsad smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
น่าไปมากเลยค่ะ
เค้กช็อคโกแลตน่ากิน 
Hot! Hot!

#8 By Piero on 2013-05-07 14:11

ขอบคุณมากเลยค่ะ
ทำให้ได้รู้ว่ากรุงเทพก็มีที่เที่ยวเยอะเหมือนกัน
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่เค้าเปิดให้เข้าได้ด้วย
(อิโลกแคบ 555)
สวยยยยยย อยากไปๆๆๆๆ 

#7 By เม on 2013-05-07 09:21

สวยมาก

#6 By Bitinatornews on 2013-05-07 01:36

Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By yuyu on 2013-05-06 23:02

คุณแม่บ่นอยากไปมานานแล้วค่ะ เห็นแบบนี้ต้อวพาไปหน่อยแล้วล่ะconfused smile

#4 By Prae on 2013-05-06 21:47

สวยมากเลยค่ะ น่าแวะไปจริงๆ big smile Hot!

#3 By lizardgirl on 2013-05-06 20:38

ถั่วกวนที่มีทองด้านบนคือขนมทองเอกbig smile

#2 By mamphis on 2013-05-06 20:20

โอ้ ได้ยินมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลย อยากไปมาก ยังไงต้องหาเวลาไปให้ได้
เค้กน่ากินหงะ
Hot! Hot! Hot!

#1 By NhonNhoi on 2013-05-06 14:54