Seungri's Story

posted on 28 Apr 2010 00:25 by nuicekung

           Seungri's Story เป็นบทความจาก http://bbviplover2.exteen.com ที่ทีมงานได้เรียบเรียงมาจากบทความแปลของ BIGBANGPOP ซึ่งแปลมาจากบทความภาษาอังกฤษของ sjay.x@BBVIP.net ที่แปลมาจาก ต้นฉบับภาษาเกาหลี จาก  www.asiae.co.kr และได้นำมาจัดวรรคตอนใหม่ โดย nuicekung

___________________________________________________________________________

บทนำ

___________________________________________________________________________

แดซองและแทยัง เปรียบได้กับต้นไม้ที่มีรากหนาแข็งแรง
และจะเติบโตเป็น ต้นไม้ที่ดี หากได้รับการรดน้ำตามเวลาที่เหมาะสม
ส่วนท็อปคือต้นไม้ที่ แม้รูปทรงอาจดูแปลกประหลาด แต่ก็มองดูสวยงามตามแบบของตัวเอง
จียงเป็น ต้นไม้ที่ดูหวือหวา ถ้าหากได้รับการดูแลบ้างเป็นครั้งเป็นคราว ก็จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่งดงาม...
ซึงรีคือต้นไม้ที่มีกิ่งก้านมากมาย ดังนั้นจึงต้องมีคนสวนคอยดูแลอยู่ข้างๆเสมอ
ซึ่งหากไม่ได้รับการตัดแต่งกิ่งก้านเหล่านั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเติบโตไปทางไหน

สมาชิกน้องสุดท้องแห่งบิ๊กแบงอย่างซึงรี (อายุ 21 ปี, ชื่อจริง ลีซึงฮยอน ฮันจา : 이승현)
มีพรสวรรค์และความสามารถอันหลากหลายแม้จะอยู่ท่ามกลางพี่ๆสมาชิกในวง
ที่มาพร้อมกับความสามารถอันโดดเด่น แต่ก็ไม่สามารถบดบังเสน่ห์ที่เป็นแบบฉบับของเขาไปได้

ไม่เพียงแต่ซึงรีจะสามารถฉายแววขณะเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง
แต่เขายังสามารถเผยให้เห็นเสน่ห์ แม้กระทั่งผลงานเดี่ยวของเขาได้ด้วย เขาทำให้หลายๆคนหลงใหล
จากบทบาทในการแสดงละครเวที ซึ่งโดดเด่นจากการแสดงอารมณ์ผ่านตัวละครได้เป็นอย่างดี
ทำให้เราสงสัยกันว่า จากหนุ่มน้อยนักเต้นจากกวางจูที่มีความสามารถรอบด้าน
ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกสุดยอดวงไอดอล และเป็นนักแสดงละครเวทีมากความสามารถไปพร้อมๆกันได้อย่างไร?

แม้ว่าหนทางกว่าจะมาถึงวันนี้นั้นดูยากลำบากสำหรับเด็กอายุเท่านี้
แต่ซึงรีกลับมองว่ามันเป็นเรื่องสนุก
เด็กหนุ่มวัย 21 ปี จะมาบอกเล่าเรื่องราวความฝัน ความรัก และอุปสรรค ของเขามาให้เราได้อ่านกัน

บทบันทึกเรื่องราวของซึงรีจะเริ่มต้นในบทที่ 1 จนถึงบทที่ 10

 

 

___________________________________________________________________________

บทที่ 1

"ผม ได้เงิน 200,000 วอนต่อเดือนจากการเป็นทีมนักเต้นในศูนย์การค้า"
___________________________________________________________________________

"ตอนที่ผมยังเด็ก ผมฝันที่จะเป็นนักแสดงตลกครับ เพราะผมจะรู้สึกดีทุกครั้งที่มีคนหัวเราะเพราะผม
ผมมักจะคิดมุขตลกเป็นเรื่องสั้นๆกับเพื่อน และแสดงให้คนอื่นดู แทนที่จะคิดแค่ว่าฉันอยากเป็นคนมีชื่อเสียง
ผมจะคิดไปด้วยกันว่า ผมอยากให้คนมีความสุขไปเพราะผม"

ซึงรีวัยเด็กมักจะต้องยืนอยู่ข้างหน้าคนอื่นเสมอ บุคลิกแบบนี้ของเขาได้รับอิทธิพลมาจากแบบที่พ่อของเขาเป็น
ซึ่งเป็นอดีตผู้ฝึกสอนกอล์ฟมาเป็นอย่างมาก ความที่เป็นคนเปิดเผยและเต็มไปด้วยพลังอันล้นเหลือนั้น
ได้กลายมาเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตของ เขาในทุกวันนี้

"ตัวพ่อและผมมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนมาตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก
ช่วงที่ผมอยู่ม.ต้น ผมเคยถูกรุ่นพี่ที่โรงเรียนแกล้งเนื่องจากพวกเค้าคิดว่า
การที่ผมเต้นเป็นเหมือนกับสิ่งที่แสดงการต่อต้าน เมื่อผมเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ
วันรุ่งขึ้นเขาก็ไปจัดการเรื่องนี้ที่โรงเรียนซะยังงั้น พลังเสียงของพ่อผมไม่ธรรมดาเลยครับ
ต้องขอบคุณการหายใจจากช่องท้องที่พ่อผมพร่ำฝึกครับ (หัวเราะ)"

"ในช่วงที่ผมเรียนอยู่ม.ต้นและเริ่มสนใจการเต้น พ่อเค้าก็คือส่วนหนึ่งที่มีส่วนในการสนับสนุนเป็นอย่างดี
ในงานเปิดตัวเทศกาลหนึ่ง มีทีมเต้นขึ้นมาแสดงอยู่บนเวทีซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก
จนทำให้ผมรู้สึกตกหลุมรักการเต้นตั้งแต่วินาทีนั้น ผมเรียกพ่อแม่มาบอกถึงเรื่องนี้ว่า
'ผมเจอสิ่งที่ชอบแล้วนั่นคือการเต้น' ท่านกล่าวกับผมว่า
เราทั้งสองมีความสุขที่ลูกเจอสิ่งที่ชอบอยากทำก็ทำให้เต็มที่ แล้วท่านจะสนับสนุนทุกอย่างเอง"

ซึงรีรู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้นจากสิ่งที่พ่อแม่พูด และเริ่มตั้งทีมเต้นสมัครเล่น
ร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเขา 3-4 ปี ตั้งชื่อทีมว่า “Episode 1” (Ilhwa)
และเริ่มต้นเต้นอย่างไร้จุดหมายที่แน่นอน

"เราตั้งชื่อ ทีมว่า 'Episode 1' โดยมีความหมายว่า 'ยังไม่มีใครรู้จักเราตอนนี้'
เมื่อหวนกลับไปคิด มันก็ดูเด็กๆ แต่เราออกแบบท่าเต้นกันเองเป็นครั้งแรกในชีวิต
และได้ที่ 1 ซะอย่างนั้น ในงานที่ Jeolla Namdo JangSeong “เทศกาล Hong Gil Dong”
เราได้รับเงินรางวัล 500,000 วอน (หัวเราะ) มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเรา
เราสัญญาต่อกันว่า เราจะต้องพยายามให้มากขึ้นเรื่อยๆ เราทำสัญญากับทาง
ห้างสรรสินค้า ในตัวเมืองกวางจูและเริ่มต้นจากตรงนั้น"

แม้พวกเขาจะได้รับเงินค่าจ้างแค่เดือนละ 200,000 วอน แต่ก็ถือได้ว่ามีชื่อเสียงพอสมควร
พวกเขามีแฟนคลับ และเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มนักเรียนมัธยมหญิงในตัวเมืองกวางจู

"บางคนในกลุ่มเราหน้าตาเหมือนตุ๊กตาครับ เป็นส่วนที่ทำให้เรามีชื่อเสียง (หัวเราะ)
เรามักจะหาเวทีขึ้นแสดง อย่างงานโรงเรียนหรืองานประจำเมือง
บางครั้งเราหาเงินได้ถึง 200 เหรียญต่อเดือน ถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลสำหรับเด็กๆอย่างเรา
เรามักนำเงินเหล่านี้เพื่อไปขอยืมสถานที่ เพื่อจัดการแสดงหรือคอนเสิร์ต
หลังจากเริ่มมีชื่อเสียงในกวางจูระดับหนึ่ง ก็มีแมวมองติดต่อผม และถามว่า 'อยากมีชื่อเสียงไหม?'
ตอนนั้นผมยังเด็ก ผมก็สงสัยว่า นี่ผมจะได้เป็นคนมีชื่อเสียงจริงๆแล้วใช่ไหม"

 

 

หนุ่มน้อยซึงรีเก็บกระเป๋าเพื่อมุ่งหน้าสู่โซล
โดยไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้านั้น เต็มไปด้วยความยากลำบากขนาดไหน.....

 

 

___________________________________________________________________________

บทที่ 2
"ดูเหมือนนายจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนหญิงในกวางจูนะ"

___________________________________________________________________________ 

 ซึงรี (วัย 21 ปี ชื่อจริงลีซึงฮยอน) เป็นที่รู้จักในกวางจู
ในฐานะนักเต้นเป็นอย่างดี พรสวรรค์ของเขาค่อยๆฉายแววเตะตาคนในแวดวงบันเทิง

"นายเคยคิดอยากเป็นนักร้องมั้ย?"

คำพูดสั้นๆคำนี้ จากแมวมอง จุดประกายความฝันขึ้นในใจของซึงรี

"ผมยังเด็ก ผมจึงคิดไปง่ายๆว่า จะเป็นยังไงนะหากได้มีโอกาสเป็นคนมีชื่อเสียง
ผมได้รับโอกาสปรากฏตัวในรายการหนึ่งที่เฟ้นหาคนที่จะมาเป็นชินฮวารุ่นที่ 2"

จากการถูกคัดออกจากรายการหลังจากเข้าร่วมได้ 2 เดือน ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก
เนื่องจากความที่เขามีชื่อเสียงอยู่พอสมควรที่บ้านเกิด สิ่งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ยากจะรับได้ในขณะนั้น
อีกทั้งการที่เขาต้องเดินทางไปกลับระหว่างโซลและกวางจู ก็เป็นสิ่งที่ยากเกินจะรับไหวทางร่างกายด้วย

"ผมต้องเดินทางไปกลับระหว่างโซลและกวางจูตลอดช่วงที่ร่วมรายการ
พวกเค้าไม่ได้แม้กระทั่งจะเลี้ยงอาหารผม หรือให้ผมพักผ่อนด้วย
พวกเค้ายังไม่ได้ออกค่าเดินทางให้กับผม ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับผมมาก
มันทำให้ผมตระหนักว่ากว่าที่จะเป็นคนมีชื่อเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ตอนนั้นผมได้เก็บกระเป๋าและกลับบ้าน"

แต่สิ่งที่ทำให้เขาทนไม่ได้ยิ่งกว่าความยากลำบากทางร่างกาย คือปฏิกิริยาจากคนรอบตัวของเขา

"เพื่อนผมต่างพูดว่า คนอย่างผมน่ะร้องเพลงไม่ได้เรื่องเลย หรือดูแย่ในรายการ
แม้กระทั่งครูประจำชั้นก็บอกกับผมให้เลือกทางเดินอื่นดีกว่า ทางนี้เนี่ยไม่เหมาะกับผมหรอก
เธอเป็นคนที่สวยนะครับ แต่ตอนนั้นเธอกลับดูขี้เหร่สำหรับผมไปเลย"

"
คอยดูแล้วกัน" ความโกรธในวันนั้นกลายเป็นความมุ่งมั่น ทำให้เขาเริ่มต้นสมัครเรียนร้องเพลง
ในสถาบันหนึ่ง เขาเกลียดที่จะได้ยินว่า "นายนี่มันไม่ได้เรื่อง" ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก

"สำหรับผม ปาร์คแดฮงผู้อำนวยการของสถาบันฝึกสอนแห่งหนึ่งในกวางจู
เหมือนเทวดามาโปรดสำหรับผม เขาติดต่อผมมาและพูดว่า
'นายนี่เป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนหญิงที่นี่นะฉันอยากขัดเกลาพรสวรรค์ของนาย'
เค้าคือคนเดียวกันที่ค้นพบกงมินจีจาก 2NE1 หรือกระทั่ง กูฮาร่าแห่งวง Kara ซึ่งทั้งคู่ก็มาจาก
กวางจูเช่นเดียวกัน เค้าเป็นคนที่จัดการหาผู้ฝึกสอน และช่วยเหลือผมเป็นอย่างมาก"

จากความช่วยเหลือของปาร์คแดฮง คนที่เห็นถึงพรสวรรค์ของเขา
ทำให้ซึงรีได้เข้าไปคัดเลือกที่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่สิ่งที่พวกเค้ามองหา
กลับไม่ใช่ความสามารถทางด้านการร้องหรือการเต้นเลย

"พวกเค้า บอกให้ผมเปิดผมขึ้นเพื่อจะได้เห็นหน้าผากรวมถึงเอาผมทัดหู
พวกเค้าถ่ายรูปผมทั้งด้านหน้าตรงและด้านข้าง หลังจากนั้นผมเข้าไปที่บริษัทแห่งนี้
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการเต้นของผม แต่เค้าก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา"

 


เป็นอีกครั้งที่เค้าต้องพบกับความผิดหวัง

แต่จากครั้งนั้นก็ทำให้ใครบางคนได้เห็นถึงความสามารถของเขา.....

 

 

___________________________________________________________________________ 

บทที่ 3
"ทำไมนายไม่เก็บจานของพวกพี่ล่ะ"

___________________________________________________________________________

แล้วผู้ที่มองเห็นพรส